กิจกรรมประกวดภาพถ่าย “เลนส์เล่าเรื่อง เมืองมรดกไทย” เป็นงานที่เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพประเพณี เทศกาล วิถีชีวิต และวัฒนธรรมไทยครับ เพราะโจทย์หลักไม่ได้ชวนให้ถ่ายแค่ภาพสวย แต่ชวนให้ภาพหนึ่งภาพทำหน้าที่เหมือนเรื่องเล่า

ความน่าสนใจของงานนี้คือคำว่า “เมืองมรดกไทย” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สถานที่เก่าแก่หรือภาพพิธีการใหญ่ ๆ เท่านั้น แต่อาจรวมถึงผู้คน เครื่องแต่งกาย อาหาร งานช่าง เสียงดนตรี ขบวนแห่ แสงไฟในเทศกาล หรือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้ประเพณีนั้นยังมีชีวิตอยู่

งานนี้เหมาะกับใคร

งานนี้เปิดรับผู้สมัครสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย โดยไม่จำกัดเพศ วัย หรือระดับประสบการณ์ จึงเหมาะกับทั้งช่างภาพสมัครเล่น นักเดินทาง นักศึกษา คนทำคอนเทนต์ หรือคนท้องถิ่นที่อยากเล่าเรื่องบ้านเกิดของตัวเองผ่านภาพถ่าย

ผู้สมัครหนึ่งคนสามารถส่งผลงานได้สูงสุด 10 ภาพ ทำให้สามารถเลือกเล่าได้หลายมุม ไม่ว่าจะเป็นภาพกว้างของเทศกาล ภาพรายละเอียดของพิธีกรรม หรือภาพชีวิตผู้คนที่อยู่รอบวัฒนธรรมนั้น

ภาพแบบไหนเข้ากับหัวข้อ

ภาพควรสื่อสารคุณค่าและมรดกทางภูมิปัญญาของประเพณีหรือเทศกาลอย่างชัดเจน โดยเน้นคุณค่าทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงบันทึกเหตุการณ์แบบผ่าน ๆ

ภาพที่ดีอาจเป็นภาพประเพณีที่คนรู้จักอยู่แล้วแต่มองจากมุมใหม่ หรือเป็นภาพวิถีชีวิตเล็ก ๆ ที่สะท้อนความหมายของเทศกาลได้ลึกซึ้ง เช่น มือของช่างทำเครื่องประดับ ขบวนแห่ในแสงเย็น เด็กที่กำลังเรียนรู้พิธีจากผู้ใหญ่ หรือสีหน้าเล็ก ๆ ระหว่างงานบุญ

กติกาสำคัญของภาพถ่าย

ภาพถ่ายต้องเป็นผลงานที่ผู้สมัครสร้างสรรค์ด้วยตนเอง ไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดใดมาก่อน และห้ามใช้ภาพที่สร้างจาก AI รวมถึงภาพที่ผ่านการแต่งเติมด้วยเครื่องมือ AI เช่น Generative Fill หรือ AI Upscale

ภาพต้องไม่มีลายน้ำ เครดิตภาพ ชื่อผู้ถ่าย โลโก้ ตัวอักษร กราฟิก หรือขอบภาพ และต้องไม่บิดเบือนความจริงหรือตัดต่อองค์ประกอบเข้าออกจนภาพผิดไปจากเหตุการณ์จริง

ภาพต้องถ่ายไม่เกิน 5 ปีนับจากวันปิดรับสมัคร หรือถ่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป และควรรักษาไฟล์ต้นฉบับความละเอียดสูงไว้เผื่อการตรวจสอบ

ไฟล์ภาพและการส่งผลงาน

สามารถใช้อุปกรณ์ได้หลายประเภท เช่น DSLR, Mirrorless, Smartphone, Drone หรือกล้องฟิล์ม โดยไฟล์ควรเป็น .jpg หรือ .jpeg ตามข้อกำหนดหลัก และมีข้อกำหนดเรื่องขนาดภาพ เช่น ด้านสั้นไม่ต่ำกว่า 2,400 pixels และด้านยาวไม่เกิน 4,000 pixels

สำหรับผู้ส่งภาพจากโดรน ต้องเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือขึ้นทะเบียนผู้บังคับอากาศยาน ใบรับรองวิทยุคมนาคม และเอกสารประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รวมถึงเอกสารอนุญาตเพิ่มเติมในบางกรณี

เปิดรับสมัครถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผ่านระบบสมัครที่ผู้จัดกำหนด

เกณฑ์การตัดสินและรางวัล

เกณฑ์การให้คะแนนรวม 100 คะแนน แบ่งเป็นการสื่อความหมายและเนื้อหา 40 คะแนน ความคิดสร้างสรรค์และมุมมอง 30 คะแนน ความสวยงามทางศิลปะ 20 คะแนน และคุณภาพทางเทคนิค 10 คะแนน

รางวัลรวมของทุกภูมิภาคมากกว่า 120,000 บาท โดยแต่ละภูมิภาคมีรางวัลชนะเลิศ 15,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 8,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 4,000 บาท และรางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 1,500 บาท

คำแนะนำจาก MiniPriza

สำหรับงานนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ภาพต้องมีเรื่อง” ก่อนกดชัตเตอร์ ลองถามตัวเองว่าภาพนี้กำลังเล่าอะไรเกี่ยวกับประเพณีไทย เป็นความศรัทธา ความสนุก ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน หรือภูมิปัญญาที่กำลังส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง

ภาพเทศกาลมักมีสีสันและรายละเอียดเยอะมาก แต่ภาพที่โดดเด่นมักเลือกเล่าเพียงหนึ่งจังหวะให้ชัด เช่น สายตา แสง การเคลื่อนไหว มือ หรือสัญลักษณ์บางอย่างที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจวัฒนธรรมนั้นได้โดยไม่ต้องอ่านคำอธิบายยาว ๆ ถ้าภาพทำให้คนอยากรู้ต่อว่าประเพณีนี้คืออะไร ภาพนั้นก็เริ่มทำหน้าที่เล่าเรื่องได้แล้วครับ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ผู้สนใจสามารถตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุด ช่องทางติดต่อ และรายละเอียดการส่งผลงานจากประกาศต้นทางของผู้จัดงาน

เปิดประกาศต้นทาง

บทความนี้เรียบเรียงเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมของกิจกรรม ควรตรวจสอบกำหนดการ เงื่อนไขการส่งภาพ ระบบสมัคร และรายละเอียดล่าสุดจากผู้จัดงานโดยตรงก่อนส่งผลงานทุกครั้ง